เทคนิคสั่งของให้พอดี ไม่ค้างสต๊อก


ไม่ว่าจะเป็น ร้านโชห่วย ร้านของชำ ร้านอาหาร หรือ ร้านกาแฟ ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดในการบริหารสต๊อกก็หนีไม่พ้น 2 เรื่องนี้

  • สั่งของเยอะเกินไป → ของค้างสต๊อก เสียพื้นที่เก็บ เสี่ยงหมดอายุ กำไรหาย
  • สั่งของน้อยเกินไป → ของหมดก่อนรอบส่งรอบถัดไป ไม่มีขาย เสียโอกาสทำเงิน

ทั้งสองแบบล้วนกระทบ ต้นทุน และ กำไร ของร้านโดยตรง วันนี้เรามีเทคนิคสั่งของให้พอดี ที่ร้านค้าทุกประเภทนำไปใช้ได้จริง มาฝากกัน



เทคนิคที่ 1 แบ่งสินค้าเป็น 3 กลุ่ม ตามความเร็วในการหมดอายุ

การสั่งของให้พอดี เริ่มต้นจากการเข้าใจ “อายุ” ของสินค้าแต่ละประเภทก่อน โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก

กลุ่มที่ 1 : เน่าเสียง่าย

เช่น ผัก ผลไม้ นม เนื้อสัตว์สด — สินค้ากลุ่มนี้ควร สั่งทุก 2-3 วัน/ครั้ง เพื่อให้ของสดใหม่เสมอ ลดของเสียที่ต้องทิ้ง

กลุ่มที่ 2 : เก็บได้ปานกลาง

เช่น เนื้อสัตว์แช่แข็ง อาหารแช่เย็น — เหมาะกับการ สั่งสัปดาห์ละครั้ง บริหารพื้นที่ตู้เย็น-ตู้แช่ได้ลงตัว

กลุ่มที่ 3 : เก็บได้นาน

เช่น ข้าวสาร เครื่องปรุง ของแห้ง น้ำมัน — สินค้ากลุ่มนี้ สั่งเดือนละครั้ง ได้สบาย ไม่ต้องสต๊อกบ่อย ประหยัดเวลาสั่งของ


เทคนิคที่ 2 สังเกตสินค้าคงเหลือ ก่อนตัดสินใจสั่งรอบถัดไป

หลังจากแบ่งกลุ่มสินค้าแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเช็ก สต๊อกคงเหลือ ก่อนสั่งของทุกครั้ง

  • ของค้างสต๊อกเกิน 20% จากที่สั่ง = สัญญาณว่า “สั่งเยอะเกิน” ควรลดปริมาณรอบถัดไป
  • ของหมดก่อนรอบส่งใหม่ = สัญญาณว่า “สั่งน้อยไป” ควรเพิ่มปริมาณให้พอดีกับยอดขาย

การสังเกตแบบนี้อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร้านค้าสั่งของได้แม่นยำขึ้นเรื่อยๆ ในทุกรอบ


เทคนิคนี้ใช้ได้กับร้านค้าทุกประเภท

ไม่ว่าร้านของคุณจะเป็นแบบไหน เทคนิคสั่งของให้พอดีนี้ปรับใช้ได้หมด

ร้านโชห่วย / ร้านของชำ — บริหารสต๊อกสินค้าหลากหมวดให้หมุนเวียนดี ไม่จมทุน
ร้านกาแฟ — คุมวัตถุดิบสดและของแห้งให้พอดีทุกวัน ไม่ขาดไม่เหลือ
ร้านอาหาร — บริหารวัตถุดิบสดให้ทันขาย ลดของเสียในครัว เพิ่มกำไรต่อจาน


ดาวน์โหลดโดนใจแอปฟรี วันนี้  https://online.donjai.in.th/app
หรือค้นหาโดนใจแอปได้ทั้ง App Store และ Google Play แล้วเริ่มบริหารสต๊อกร้านค้าให้พอดี ไม่ค้างของ ไม่ขาดของ ไปพร้อมกัน!

Facebook
Twitter
Email

บทความอื่นๆ

Scroll to Top