ประกาศความเป็นส่วนตัว สมาชิก Big Stars

ตรวจสอบและทบทวน ณ วันที่ 8 เมษายน 2568

บริษัท มีโชค 168 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) รับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของสิทธิในความเป็นส่วนตัว และสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลทั้งหลาย อันเป็นสิทธิสำคัญซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองตามกฎหมาย และเนื่องจากข้อมูลบางประการที่บริษัทจำเป็นต้องได้รับจากท่านเพื่อประโยชน์ในการให้บริการและประกอบธุรกิจของบริษัทนั้น มีลักษณะเป็นข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย บริษัทจึงมีความมุ่งมั่นที่จะสร้างมาตรฐานที่ดีในการปฏิบัติงานและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และเพื่อให้การดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลเหล่านี้เป็นไปตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทจึงจัดทำประกาศฉบับนี้ขึ้น เพื่อให้ท่านได้รับทราบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าว รวมทั้งความจำเป็นและวัตถุประสงค์ในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และสิทธิตามกฎหมายของท่าน โปรดอ่านโดยละเอียดและทำความเข้าใจเพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิใดๆ ที่เกี่ยวข้องของท่านกับบริษัท

ในกรณีที่ท่านมีข้อสงสัยประการใดเกี่ยวกับข้อมูลภายใต้ประกาศฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัทได้ตามช่องทางที่ท่านสะดวกในรายละเอียดด้านล่างนี้

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไรบ้าง?

ในการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรงจากท่านเป็นหลัก ผ่านการติดต่อสื่อสารและการทำธุรกรรมในช่องทางต่าง ๆ เช่น การกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์มคำขอ เอกสาร สัญญา หรือการติดต่อผ่านช่องทางอื่นใด รวมถึงผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น เว็บไซต์ แอปพลิเคชัน คุกกี้ หรือระบบออนไลน์ของบริษัท ตลอดจนผ่านช่องทางการติดต่อสื่อสารอื่น ๆ เช่น ระบบโทรศัพท์ ซึ่งอาจมีการบันทึกเสียงตามที่กฎหมายอนุญาต

ในบางกรณี บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่จากท่านโดยตรง เช่น จากบริษัทในเครือหรือกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้อง พันธมิตรทางธุรกิจ หรือแหล่งข้อมูลสาธารณะหรือฐานข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะตามกฎหมาย ทั้งนี้ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลดังกล่าว โดยไม่ชักช้า และจะดำเนินการขอความยินยอมจากท่าน ในกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม

บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลอะไรของท่านบ้าง?

บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และมุ่งมั่นที่จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเท่าที่จำเป็น ภายใต้วัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจ การให้บริการ และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทอาจเก็บรวบรวมจากท่าน ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้บริการ ความสัมพันธ์ทางสัญญา และข้อกำหนดตามกฎหมาย โดยสามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ข้อมูลระบุตัวตน (Identity data)

ข้อมูลที่สามารถใช้ระบุหรือยืนยันตัวตนของท่านได้โดยตรงหรือโดยอ้อม เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ–นามสกุล วันเดือนปีเกิด หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือหมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขประจำตัวลูกค้า หรือรหัสสมาชิก อาชีพ เพศ อายุ

ข้อมูลยืนยันตัวตน (Identification Document)

ข้อมูลบนเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานราชการ เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนา หนังสือเดินทาง สำเนาวีซ่า สำเนาใบอนุญาตทำงาน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ สำเนาใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ เอกสารทางการทหาร

ข้อมูลการติดต่อ (Contact Data)

ข้อมูลที่ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสารระหว่างบริษัทกับท่าน เช่น ที่อยู่สำหรับติดต่อหรือจัดส่งเอกสาร หมายเลขโทรศัพท์ ที่อยู่อีเมล ช่องทางการติดต่อผ่านระบบออนไลน์ของบริษัท

ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ (User Profile Data)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการสมัคร การยืนยันตัวตน และการบริหารจัดการบัญชีผู้ใช้ เช่น ชื่อผู้ใช้ (Username) รหัสผ่าน (ในรูปแบบที่ถูกเข้ารหัส) ข้อมูลการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ สิทธิ์การเข้าถึงระบบ

ข้อมูลธุรกรรม (Transaction Data)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมหรือการใช้บริการของท่าน เช่น ประวัติการสั่งซื้อสินค้า หรือการใช้บริการ วันที่และเวลาที่ทำรายการ รายละเอียดสินค้าหรือบริการที่เลือก หมายเลขอ้างอิงธุรกรรม

ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Data)

ข้อมูลที่ถูกรวบรวมโดยอัตโนมัติเมื่อท่านใช้งานเว็บไซต์ ระบบ หรือแอปพลิเคชันของบริษัท เช่น IP Address ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ ประเภทเบราว์เซอร์ Log files

ข้อมูลการใช้งาน (Usage Data)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมและรูปแบบการใช้งานบริการของท่าน เช่น หน้าที่เข้าชม ระยะเวลาการใช้งาน การโต้ตอบกับฟีเจอร์ต่าง ๆ รูปแบบการใช้งานโดยรวม

ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง (Location Data)

ข้อมูลที่แสดงถึงตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของท่าน โดยอาจเป็นข้อมูลโดยตรงหรือโดยประมาณ เช่น ประเทศหรือจังหวัด ตำแหน่งโดยประมาณจาก IP Address ข้อมูลตำแหน่งจากระบบ GPS (หากมีการขอความยินยอม)

ข้อมูลทางการเงิน (Financial Data)

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการเงินหรือสถานะทางการเงินของบุคคล เช่น ข้อมูลรายได้ ข้อมูลบัญชีธนาคาร ประเภทและช่องทางการชำระเงิน ข้อมูลใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารทางการเงินอื่น

ข้อมูลการสื่อสาร (Communication Data)

ข้อมูลที่เกิดจากการติดต่อสื่อสารระหว่างท่านกับบริษัท เช่น ข้อความ อีเมลหรือเอกสารที่ท่านติดต่อเข้ามา บันทึกการสนทนาผ่านระบบแชต บันทึกการสนทนาทางโทรศัพท์

วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูล

เพื่อให้ท่านได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากการให้บริการ และเพื่อให้บริษัทสามารถให้บริการแก่ท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ บริษัทประสงค์จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

การให้บริการเข้าถึงระบบและฟังก์ชันการใช้งานทั่วไปของระบบ
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลแบบสรุปรวม
  • ข้อมูลการใช้งาน
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อดำเนินการลงทะเบียนและจัดการบัญชีสมาชิก Big Stars รวมถึงการตรวจสอบตัวตน การยืนยันสิทธิ การบันทึกและดูแลสถานะความเป็นสมาชิก การให้สิทธิเข้าถึงระบบสมาชิก ฟังก์ชันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และการบริหารจัดการข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการให้บริการในโปรแกรมสมาชิกของบริษัท
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลทางการเงิน
  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อจัดการและดำเนินการเกี่ยวกับการสะสมแต้ม การคำนวณ การตรวจสอบยอดแต้ม การใช้แลกสิทธิประโยชน์ การประมวลผลธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับแต้มสมาชิก รวมถึงการบันทึก ประมวลผล และปรับปรุงข้อมูลประวัติการทำรายการของสมาชิก เพื่อให้บริษัทสามารถให้สิทธิประโยชน์ตามโปรแกรม Big Point ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลธุรกรรม
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อส่งการแจ้งเตือนที่จำเป็นต่อการใช้งาน เช่น สถานะคำสั่งซื้อ การแจ้งเตือนการจัดส่ง การอัปเดตบริการ หรือเหตุขัดข้องของระบบ รวมถึงการจัดการกรณีที่ผู้ใช้งานเลือกเปิดใช้งานการแจ้งเตือนด้านสิทธิประโยชน์หรือการตลาด
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลทางเทคนิค
  • ข้อมูลธุรกรรม
  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (เฉพาะการแจ้งเตือนที่จำเป็น เช่น การเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและข้อกำหนด เป็นต้น)
  • ตามความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล
เพื่อประมวลผลและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นในการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตามกฎหมายภาษีอากร รวมถึงการยืนยันความถูกต้องของข้อมูลผู้ซื้อ การจัดทำและเก็บรักษาเอกสารภาษี การส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่กฎหมายกำหนด และการบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมเพื่อวัตถุประสงค์ด้านบัญชีและการตรวจสอบทางภาษี
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลธุรกรรม
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท
เพื่อประมวลผลข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการจัดส่งสินค้าให้แก่ผู้สั่งซื้อ รวมถึงการบันทึกและยืนยันข้อมูลที่อยู่จัดส่ง การเตรียมและดำเนินการด้านโลจิสติกส์ การติดตามสถานะการจัดส่ง การประสานงานกับผู้ให้บริการจัดส่งสินค้า หรือผู้ให้บริการขนส่งอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การส่งมอบสินค้าเป็นไปอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถตรวจสอบได้ตามกระบวนการ
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลธุรกรรม
  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อใช้ในการแจ้ง การขอใช้สิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการระบุตัวตนและ/หรือยืนยันการให้สิทธิประโยชน์
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อจัดทำและส่งมอบข้อมูล ข้อเสนอพิเศษ โปรโมชั่น หรือการสื่อสารทางการตลาดเกี่ยวกับสินค้าและบริการของเราโดยตรงถึงท่าน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น อีเมล ข้อความ SMS โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชัน หรือวิธีการสื่อสารอื่น รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อปรับแต่งข้อเสนอให้เหมาะสมกับท่าน (Direct Marketing)
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลธุรกรรม
  • ข้อมูลการใช้งาน
  • ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • ตามความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล
เพื่อเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นให้แก่บริษัทในเครือซึ่งรวมถึง แต่ไม่จำกัดเฉพาะ บริษัทประกันวินาศภัย, บริษัทประกันชีวิต, นายหน้าประกันวินาศภัย นายหน้าประกันชีวิต, สถาบันการเงิน, ผู้ให้บริการทางการเงินที่มิใช่สถาบันการเงิน (non-bank financial service provider), ผู้ประกอบธุรกิจระบบการชำระเงิน, ผู้ประกอบธุรกิจบริการการชำระเงิน และพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท เพื่อให้สามารถติดต่อ ส่งข้อมูล ข่าวสาร ข้อเสนอพิเศษ หรือโปรโมชั่นเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัทในเครือให้แก่ท่านได้
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • ตามความยินยอมโดยชัดแจ้งของเจ้าของข้อมูล
เพื่อการใช้สิทธิทางกฎหมายและการปฏิบัติการที่จำเป็นตามกฎหมายอันเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อการดูแลให้เกิดความปลอดภัยในการใช้บริการ และเปิดเผยไปยังหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการทุจริตและอาชญากรรม หรือการใช้บริการในทางมิชอบ
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลธุรกรรม
  • ข้อมูลการสื่อสาร
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัท
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการใช้งาน รูปแบบพฤติกรรม การโต้ตอบกับฟีเจอร์ต่าง ๆ ภายในแอปพลิเคชัน เพื่อประเมินคุณภาพของระบบ ปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลแบบสรุปรวม
  • ข้อมูลธุรกรรม
  • ข้อมูลการสื่อสาร
  • ข้อมูลทางเทคนิค
  • ข้อมูลการใช้งาน
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท
เพื่อการติดต่อนำส่งคำร้องผ่านทางระบบ contact center
ประเภทข้อมูลส่วนบุคคล
  • ข้อมูลระบุตัวตน
  • ข้อมูลการติดต่อ
  • ข้อมูลธุรกรรม
  • ข้อมูลการสื่อสาร
ฐานทางกฎหมายที่ใช้
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญา
  • จำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท

*ข้อมูลบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่ผู้ใช้ระบุระหว่างการชำระเงินจะถูกส่งผ่านช่องทางที่มีการเข้ารหัสไปยังผู้ให้บริการระบบชำระเงินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูลบัตรชำระเงิน (PCI DSS) โดยตรงเท่านั้น โดยระบบของบริษัทจะไม่จัดเก็บรหัสความปลอดภัยบนบัตร (CVV/CVC) และจะไม่เก็บหมายเลขบัตรเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการระบบชำระเงินอาจสร้างรหัสแทนข้อมูลบัตร (Token) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถย้อนกลับเป็นหมายเลขบัตรจริงได้ เพื่อใช้สำหรับการทำรายการชำระเงินครั้งต่อไปอย่างปลอดภัย โดยบริษัทจะเก็บเฉพาะ Token และหมายเลขบัตรที่ถูกปิดแล้วตามหลัก Data Minimization และมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด

โดยทั่วไป บริษัทไม่มีความประสงค์จะเก็บหรือใช้ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนาและ/หรือหมู่โลหิตที่ปรากฏบนสำเนาบัตรประชาชนของท่าน หากท่านส่งมอบสำเนาบัตรประชาชนให้บริษัท กรุณาปกปิดข้อมูลส่วนนี้ก่อน แต่หากท่านไม่ได้ปกปิด ถือว่าท่านยินยอมให้บริษัทดำเนินการปกปิดข้อมูลดังกล่าวแทน และถือว่าเอกสารที่ผ่านการปกปิดนั้นยังคงมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย ทั้งนี้ หากบริษัทไม่สามารถปกปิดข้อมูลดังกล่าวได้เนื่องจากข้อจำกัดด้านเทคนิค บริษัทจะเก็บและใช้ข้อมูลเฉพาะส่วนนี้เพื่อประกอบการยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น

การรักษาความปลอดภัย

บริษัทรับทราบและตระหนักถึงความสำคัญของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจึงได้ปรับปรุงและพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้สอดคล้องกับกฎหมาย และมั่นใจว่ามีความทันสมัย ปลอดภัย และเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลตลอดเวลา บริษัทจะดำเนินการอย่างเต็มความสามารถเพื่อปฏิบัติตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยคำนึงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งด้านเทคนิค (Technical Measure) ด้านองค์กร (Organizational Measure) และด้านกายภาพ (Physical Measure) เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ทั้งนี้ บริษัทได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่มีสิทธิประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านหรือบุคคลอื่นที่มีหน้าที่ตามกฎหมาย รักษา เคารพ และธำรงไว้ซึ่งการรักษาความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และ ความพร้อมใช้งาน (Availability) เพื่อรับรองว่าการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นไปอย่างปลอดภัยและเหมาะสม

ในกรณีที่ท่านหรือบริษัทมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ ไปยังต่างประเทศ บริษัทจะใช้มาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนดเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และจะไม่โอนข้อมูลไปยังประเทศปลายทางที่ไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอ เว้นแต่ได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน

ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทจะจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตลอดระยะเวลาที่สัญญาหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างบริษัทและคู่ค้ายังคงมีผล รวมถึงเพื่อการติดต่อประสานงาน การดำเนินการด้านจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารสัญญา และการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หลังจากสัญญาหรือความสัมพันธ์ทางธุรกิจสิ้นสุดลง บริษัทจะยังคงเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเป็นระยะเวลา 10 ปี นับจากวันที่สิ้นสุดสัญญา ทั้งนี้ เพื่อรองรับการตรวจสอบย้อนหลัง การใช้สิทธิหรือการแก้ไขข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ตลอดจนเพื่อปฏิบัติตามหน้าที่ทางบัญชี ภาษีอากร หรือข้อกำหนดตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นการจัดเก็บเฉพาะเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ดังกล่าวเท่านั้น

เมื่อพ้นระยะเวลา 10 ปี บริษัทจะพิจารณาจัดเก็บเฉพาะข้อมูลที่มีความจำเป็นต่อการอ้างอิงทางธุรกิจหรือเพื่อยืนยันความถูกต้องของการดำเนินการในอดีต โดยจะดำเนินการลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ สำหรับข้อมูลที่ไม่จำเป็นต้องเก็บรักษาอีกต่อไป โดยเฉพาะข้อมูลที่มีความอ่อนไหว (ถ้ามี) หรือเอกสารยืนยันตัวตนต่าง ๆ เช่น สำเนาบัตรประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง หรือเอกสารแสดงตนรูปแบบอื่น ทั้งนี้บริษัทจะดำเนินการตามมาตรการด้านความปลอดภัยและตามระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลกำหนดอย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ดี ในกรณีที่มีคำสั่งตามกฎหมาย หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หรืออยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบ/พิพากษา บริษัทอาจจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินระยะเวลาที่กำหนด จนกว่ากระบวนการดังกล่าวจะแล้วเสร็จสมบูรณ์

บริษัทเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีใดบ้าง?

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อบุคคลภายนอกหรือสาธารณะ เว้นแต่เป็นกรณีที่มีความจำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการให้บริการที่ท่านร้องขอ หรือเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเปิดเผย หรือมีคำสั่งของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจตามกฎหมาย รวมทั้งกรณีที่บริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

การส่งข้อมูลไปต่างประเทศ

โดยหลักแล้ว บริษัทจะไม่มีการโอนหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้รับข้อมูลในต่างประเทศ เว้นแต่มีความจำเป็นในการดำเนินธุรกิจ เช่น การใช้บริการของผู้ให้บริการระบบคลาวด์ (Cloud Service Provider) ที่ตั้งอยู่ในต่างประเทศ หรือกรณีที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้แจ้งให้ท่านทราบไว้ล่วงหน้าแล้ว

ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้รับข้อมูลมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสมและเพียงพอ บริษัทจะดำเนินการเฉพาะตามวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย และจะโอนข้อมูลไปยัง

  • ประเทศหรือเขตอำนาจศาลที่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลที่เพียงพอตามกฎหมายกำหนด หรือ
  • ผู้รับข้อมูลที่มีการทำสัญญาการคุ้มครองข้อมูลที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย (เช่น สัญญาการประมวลผลข้อมูล Data Processing Agreement หรือสัญญามาตรฐานตามที่กฎหมายกำหนด)

นอกจากนี้ ในบางกรณีที่บริษัทจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ แต่ไม่เข้าข้อยกเว้นตามกฎหมาย หรือการโอนดังกล่าวอาจมีความเสี่ยงมากกว่าปกติ บริษัทอาจขอความยินยอม (Consent) จากท่านเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์ รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นก่อนที่ท่านจะให้ความยินยอม ทั้งนี้ บริษัทจะโอนข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นเท่านั้น และจะดำเนินการตามมาตรฐานของพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กฎหมายอื่น และมาตรฐานสากลที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ดังต่อไปนี้

(1) สิทธิในการขอถอนความยินยอม

ในกรณีที่บริษัทมีการขอและได้รับความยินยอมจากท่านเพื่อเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ท่านมีสิทธิในการแจ้งขอถอนความยินยอมในการให้บริษัทใช้ข้อมูลดังกล่าวได้ทุกเมื่อ

(2) สิทธิในการขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทจัดเก็บไว้

ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทได้จัดเก็บไว้ได้ โดยเมื่อบริษัทได้รับแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิดังกล่าวจากท่าน บริษัทจะพิจารณาคำขอของท่านเพื่อดำเนินการที่เหมาะสมต่อไปทั้งนี้ภายในไม่เกิน 30 (สามสิบ) วัน นั บแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว อย่างไรก็ตามบริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำขอใช้สิทธิดังกล่าวของท่าน หากเป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และการเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะส่งผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

(3) สิทธิในการขอให้เปิดเผยถึงการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับจากแหล่งอื่น

ในกรณีที่บริษัทได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากท่านโดยตรง หากบริษัทจะใช้ข้อมูลดังกล่าวบริษัทจะดำเนินการแจ้งให้ท่านทราบภายใน 30 (สามสิบ) วันนับจากวันที่ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว (เว้นแต่เป็นกรณีที่กฎหมายยกเว้นให้ไม่ต้องแจ้ง) ในกรณีนี้ท่านสามารถสอบถามและขอให้บริษัทเปิดเผยแหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้

(4) สิทธิในการขอรับ และขอให้บริษัทโอนย้าย หรือส่งต่อข้อมูลของท่านไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ในกรณีที่บริษัทมีการปรับให้ข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานได้โดยอุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติ และสามารถส่งต่อได้โดยวิธีการอัตโนมัติ

ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตัวท่านจากบริษัทได้ ในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่โดยสภาพทางเทคนิคไม่สามารถทำได้

(5) สิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการเก็บรวบรวม และใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบริษัทได้ ในกรณีต่อไปนี้

  1. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นการเก็บรวบรวมได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมเนื่องจากเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือนิติบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล (เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานในข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน)
  2. กรณีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการตลาดแบบตรง

เมื่อบริษัทได้รับแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิดังกล่าวจากท่าน บริษัทจะทำการแยกข้อมูลของเจ้าของข้อมูลออกจากข้อมูลอื่นๆ ทันที อย่างไรก็ตามบริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำขอใช้สิทธิดังกล่าวของท่าน ในกรณีที่บริษัทสามารถพิสูจน์ได้ว่า การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องขอความยินยอมเนื่องจากเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทนั้นมีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่า หรือ เป็นไปเพื่อการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย

(6) สิทธิในการขอให้บริษัททำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเคยได้ให้ไว้กับบริษัทกลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถใช้ระบุตัวตนได้

ท่านสามารถแจ้งให้บริษัททำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และ/หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้กลายเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุถึงตัวตนของท่านได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตามวัตถุประสงค์
  2. เมื่อท่านถอนความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น และบริษัทไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น
  3. เมื่อท่านใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล และบริษัทไม่มีเหตุผลที่จะใช้ปฏิเสธคำขอได้ หรือ
  4. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

เมื่อบริษัทได้รับแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิดังกล่าวจากท่าน บริษัทจะพิจารณาคำขอของท่านเพื่อดำเนินการที่เหมาะสมต่อไปทั้งนี้ภายในไม่เกิน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว อย่างไรก็ตามบริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำขอใช้สิทธิดังกล่าวของท่าน หากบริษัทมีความจำเป็นและสิทธิตามกฎหมายที่จะปฏิเสธคำขอดังกล่าวได้

(7) สิทธิขอให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

ท่านสามารถแจ้งให้บริษัทระงับการใช้ข้อมูลของท่านได้ทันที ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วน หรือปรับปรุงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นให้เป็นข้อมูลปัจจุบันตามคำขอของท่าน
  2. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอาจถูกลบ หรือทำลายได้ แต่ท่านแจ้งขอให้ระงับการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคลนั้น แทนการลบ หรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคล
  3. เมื่อข้อมูลส่วนบุคคลนั้นหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวมข้อมูลนั้นแล้ว แต่ท่านมีความจำเป็นต้องขอให้เก็บรักษาไว้เพื่อใช้ในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือ
  4. เมื่อบริษัทอยู่ในระหว่างการพิจารณาการใช้สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

เมื่อบริษัทได้รับแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิดังกล่าวจากท่าน บริษัทจะพิจารณาคำขอของท่านเพื่อดำเนินการที่เหมาะสมต่อไปทั้งนี้ภายในไม่เกิน 30 (สามสิบ) วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว อย่างไรก็ตามบริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำขอใช้สิทธิดังกล่าวของท่าน หากบริษัทมีความจำเป็นและสิทธิตามกฎหมายที่จะปฏิเสธคำขอดังกล่าวได้

(8) สิทธิในการขอให้บริษัทปรับปรุงข้อมูลของท่านให้ถูกต้อง ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ และเป็นข้อมูลที่ตรงตามสภาพปัจจุบัน

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัท หรือที่บริษัทได้เก็บรวบรวมไว้ หากยังอยู่ภายในระยะเวลาจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตาม ประกาศความเป็นส่วนตัว ท่านสามารถแจ้งให้บริษัทดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงข้อมูลของท่านได้ทุกเมื่อ

(9) สิทธิในการร้องเรียนในกรณีที่พบว่ามีการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ในกรณีที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลพบว่าบริษัท และ/หรือลูกจ้างของบริษัทมีการดำเนินการใดๆ ที่ฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลสามารถแจ้งการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องนั้นมายังบริษัทผ่านทางศูนย์บริการ Call Center 1756 หรือติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้ที่ dpobigc@bigc.co.th และ/หรือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ผ่านอีเมล saraban@pdpc.or.th

ช่องทางการขอใช้สิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

ท่านสามารถใช้สิทธิข้างต้นโดยการติดต่อบริษัทผ่านทางศูนย์บริการ Call Center 1756 และโปรดทราบว่าเมื่อบริษัทได้รับแจ้งความประสงค์ในการใช้สิทธิใด ๆ จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจะพิจารณาคำขอของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อดำเนินการที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้ ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว ทั้งนี้ บริษัทขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำขอใช้สิทธิดังกล่าวของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล คำขอของท่านมีลักษณะที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หลักเกณฑ์ นโยบายที่บริษัทกำหนด หรือเป็นคำขอที่กระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือหากบริษัทมีความจำเป็นและสิทธิตามกฎหมายที่จะปฏิเสธคำขอดังกล่าวได้

ช่องทางติดต่อบริษัทและเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัท มีโชค 168 จำกัด

สำนักงานใหญ่ : 88/9 ซอยสมานฉันท์-บาร์โบส
แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

เบอร์ติดต่อ : 1756 กด 4

เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

สำนักงานใหญ่ : 88/9 ซอยสมานฉันท์-บาร์โบส
แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

Email : dpobigc@bigc.co.th

เว็บไซต์อื่น

เว็บไซต์นี้อาจมีตัวเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่น หากท่านได้กด link ไปยังเว็บไซต์อื่นอาจเป็นการอนุญาตให้บุคคลภายนอกเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลของท่านได้ บริษัทไม่ได้มีการควบคุมเว็บไซต์อื่นเหล่านั้นและไม่มีความรับผิดชอบต่อประกาศความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์เหล่านั้น เมื่อท่านออกจากเว็บไซต์ของบริษัท บริษัทแนะนำให้ท่านอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวของทุกเว็บไซต์ที่ท่านได้เยี่ยมชม

การปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัว

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้รับการตรวจสอบและทบทวน ณ วันที่ 8 เมษายน 2568 และอาจมีการปรับปรุงแก้ไขเป็นครั้งคราวเพื่อให้สอดคล้องกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนเพื่อรักษามาตรฐานความเป็นธรรมและความโปร่งใสต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ หากมีการปรับปรุงประกาศ บริษัทจะแจ้งให้ท่านทราบผ่านช่องทางเว็บไซต์ แอพพลิเคชั่น และสื่อสังคมออนไลน์ตามที่บริษัทกำหนด

Scroll to Top